บทเรียนที่ 15

หลังจากที่กล้องพังเลนส์พังมาก็หลายครั้ง หมดเงินไปกับการซื้อกล้องซ่อมกล้องก็เยอะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับผู้ที่อยากเล่นกล้องนั้นก็คือ อย่ายอมแพ้ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แค่นี้ก็สามารถที่จะเป็นช่างภาพมือหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็นนัก การเป็นช่างภาพในสมัยนี้ค่อนข้างลำบาก แค่แบก กระเป๋ากล้อง loweproใบเดียวแล้วมาถ่ายไม่ได้แล้วนะ เพราะช่างภาพเดี่ยวนี้เวลาถ่ายเค้าจะขนอุปกรณ์มาอย่างครบครัน และอีกปัจจัยหนึ่งคือเดี่ยวนี้กล้องใครใครก็ซื้อได้ หาได้ไม่อยากและราคาถูกอุปกรณ์ต่างต่างก็มีราคาถูก ทั้งขาตั้งกล้อง กระเป๋า กล้อง ราคา ถูก ตัวกรอง เลนส์ และอุปกรณ์อื่นที่ทุกวันนี้สามารถหาซื้อได้ง่าย เดินไปไหนมาไหนก็ซื้อได้ จึงทำให้ทุกวันนี้ ตากล้องสมัครเล่นมีเยอะมากจนเต็มเมือง ดังนั้นจึงทำให้การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีทั้งราคาถูกและราคาแพงปะปนกัน บางครั้งก็ตัดราคากันจนหน้าเกลียด ตัดราคากันโดยไม่มีกำไรบ้างก็มี และผมก็มีบางอย่างจะเสนอแนะเกี่ยวกับการเลือกหาช่างภาพ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาอยู่ตอนนี้ สำหรับหลายคนผมขอแนะ วิธีการเลือกในแบบฉบับของผม อันดับแรกคือลักษณะงานที่เราจะถ่ายเป็นงานประเภทไหน เพราะช่างภาพแต่ละคนมีความถนัดในการถ่ายงานแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน อันดับสองคือลักษณะแนวของภาพของช่างแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน สำหรับบางคนภาพจะเป็นสีสด บางคนชอบทำสีหวานหวาน บางคนแต่งภาพมาแนวแฟนตาซี เป็นต้น อันดับสามให้ดูลักษณะนิสัยของช่างภาพ ว่าเค้าป็นคนยังไงอารมณ์ดีหรือป่าว เป็นคนสนุกสนานหรือไม กระเป๋ากล้อง เพราะข้อนี้มีส่วนสำคัญมากสำหรับการถ่ายภาพ เพราะถ้าหาช่างภาพอารมณ์ดีและเป็นคนสนุกสนานจะทำให้รูปของเราออกมาไม่เกร็งจนเกินไปและยังได้ท่าและมุมสวยๆเยอะมาก ข้อสี่ให้ดูสิ่งที่เราจะได้จากการถ่ายภาพว่าเราได้อะไรมาบ้าง ข้อที่ห้าให้ดูราคา เพราะราคาก็เป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมาก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เลยว่าเราจะได้งานหรือไมนั้นเองถ้าปัจจัยทั้งหมดนี้ตรงกำคุณสมบัติของคุณ คุณก็เตรียมตัวเก็บอุปกรณ์ลง กระเป๋ากล้อง canonเพื่อไปรับงานนั้นได้เลย โดยที่ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้วว่าคุณจะได้งานนั้นหรือไม เพราะถ้าตรงกับที่ผมพูดแสดงว่าตลาดต้องการคุณแล้ว คุณจะไม่มีวันตกงานเด็ดขาด หลังจากที่เราคุยกันมาสักพักแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะฝากอีกอย่างหนึ่งคือ อุปกรณ์ไม่ได้สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสมองของเราต่างหาก

 

Advertisements
Standard

บทเรียนที่ 11

หลังจากที่ผ่านการถ่ายมาหลายงานทั้งงานฟรีและงานการกุศล งาน หรือแม้กระทั้งงานระดับโลก ทุกครั้งที่ผมได้ถ่ายผมรู้สึกมีความสุข และผมก็มีความสุขยิ่งกว่าเมื่อผมเห็นเจ้าของผมภาพชอบและนำมันไปใช้ สำหรับอีกงานหนึ่งที่ผมชอบและยังคงจำได้นั้นก็คือ การถ่ายภพารับปริญญาของเพื่อนผม รู้สึกว่าวันนั้นผมจะถ่ายวันจริง และมีถ่ายเพิ่มเติมให้อีกในวันนอกรอบ การถ่ายในวันนั้นเราเริ่มถ่ายตั้งแต่เช้า ในการรับงานเที่ยวนั้นผมรับได้แค่คนเดี่ยวเนื่องจากผมเองก็ต้องรับปริญญาด้วยเช่นกัน ในวั้นนั้นเราเริ่มถ่ายจากลานพระบิดาเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นมุมมหาชน เป็นทั้งมุมนัดหมายและพบเจอเพื่อนเพื่อน ญาติญาติของเหล่าบัณฑิลใหม่ และเป็นธรรมดาที่จะต้องพบเจอกับช่างภาพมากมาย ซึ่งเค้าเหล่านั้นใช้ กระเป๋ากล้อง loweproซะเป็นส่วนใหญ่ ในวันนั้นเราสามารถเก็บภาพตรงนั้นได้แค่ไม่กี่ภาพเนื่องจากมีคนต่อคิวกันยาว หากถ่ายนานอาจะโดนสรรเสริญพระบารีก็เป็นไปได้ เราได้ตระเวณถ่ายกับญาติพี่น้อง ถ่ายกับเพื่อนเพื่อน ถ่ายกับอาจารย์ รุ่นพี่รุ่นน้อง ถ่ายตามสถานที่ต่างในมหวิทยาลัย ผมเป็นแถบทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอ เป็นตั้งแต่เด็กฝากของ ขนของ ซื้อน้ำ เป็นขนส่ง เรียกว่าจ้างมาคุ้มมาก เล่นบริดารตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เป็นพนักงานขนส่งให้กับบัญฑิตสาระพัด ไหนยังจะมี กระเป๋ากล้อง canonของตัวเองอีกใบหนึ่งอีก แต่วันนั้นก็เป็นวันที่ถ่ายสนุกมากเพราะบัญฑิตเป็นคนที่อารมณ์ดี สนุกสนาน และเพื่อนเพื่อนค่อนข้างเยอะจึงทำให้การถ่ายภาพในครั้งนั้นออกมามีสีสันต์และแลดูมีชีวิตชีวา ซึ่งภาพที่ถ่ายออกมาสามารถสื่อออกมาได้อย่างชัดเจน รู้สึกว่าวันนั้นจะเป็นการถ่ายเต็มวัน ผมเองเลยยังไม่รีบร้อนไปไหนเลยนั่งเพลินเพลินจิบโอวัลตินเย็นนั่งดูสาวอยี่ที่คณะ เชื่อไม่ครับผู้อ่านว่างานรับปริญญานี้มันคือการรวมดาวเอาไว้ชัดชัด แต่ละคนที่ต่างตัวกันออกมา ล้วนแต่หน้าจุดจุดจุด ทั้งนั้น เธอเธอพวกนี้ทำให้ผมอดใจตัวเองไม่ไหวที่หยิบ กระเป๋า กล้อง dslrเพื่อนนำกล้องมาเก็บภาพบรรยากาศนี้ไว้มันช่างเป็นอะไรที่เจริญหูเจริญตามากมาก และเมื่อบัญฑิตเสร็จพิธีก็ออกจากหอประชุมในวันนั้นบัณิตบอกว่าเธอไม่ไหวล่ะ ที่จะถ่ายต่อเธอเลยขอตัวกลับบ้าน เอาเป็นว่าตอนนั้นผมเลิกงานเลยแล้วกัน กระเป๋ากล้อง มันช่างดูงงงงเนอะแต่คิดอีกแง่หนึ่ง การรับปริญญามันเหนื่อยมากถ้าใครไม่เคยรับจะไม่รู้ว่ามันต้องใช้ความอดทนสูงมากเพื่อนที่จะบังคับตัวเองไม่ให้หลับ

 

Standard

บทเรียนที่ 7

ในที่สุดเมื่อผมได้ลองหัดทดลองใช้โปรแกรมในการแต่งภาพอยู่หลายวันสิ่งที่ผมคิดในตอนแรกมันต้องออกมาสุดยอดแน่ ถ้าเราใช้โปรแกรมพวกนี้ แต่โลกไม่ได้สวยงามขนาดนั้นเมื่อผมลองเปรียบเทียบรูปในมุมเดียวกันและวิธีการถ่ายเหมือนกันองค์ประกอบทุกอย่างเหมือนกัน แต่ทำไมหลังจากเค้าตกแต่งรูปแล้วมันยังต่างกันว่ะ ในวันนั้นผมเลยตัดสินใจแบก กระเป๋า กล้อง canonไปหาพี่ในชมรมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไปถามเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น พอไปถึงและได้นั่งพูดคุยอยู่สักพักหนึ่งผมก็ได้เหตุผลว่า มันเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพของตัวกบ้องเอง เนื่องจากกล้องแต่ละชนิดมีไดนามิคแรงค์ที่แตกต่าง ไดนามิคแรงค์คืออะไร ในวันนั้นผมพอจะจับใจความสำคัญได้ว่ามันคือประสิทธิภาพในการแยกแยะสีที่กล้องสามารถทำได้ ยิ่งทำได้มากภาพที่ออกมาก็จะมีความสวยงามมากขึ้น แล้ววันนั้นก็ถึงบางอ้อ เพราะพี่ในชมรมเค้าใช้กล้องสีสิบดีส่วนผมใช้สีห้าศูนย์ดี ซึ่งคุณภาพที่ออกมาสี่สิบดีดีกว่าเยอะมาก กระเป๋ากล้อง เมื่อผมรู้ยังงั้นเลยเป็นที่มาของการเสาะแสวงหากล้องตัวใหม่ จากวันนั้นผมก็เริ่มเข้าเว็บไซต์อีกครั้งนึง ผมใช้เวลาในการหากล้องคู่ใจตัวใหม่อยู่ประมาณเดือนหนึ่ง และแล้วจุดใต้ตำต่อก็เกิดขึ้นเมื่อน้องในชมรมคนหนึ่งเค้าขายกล้องสี่สิบดีบวกกริปและบวก กระเป๋า กล้อง dslrราคาตอนนั้นประมารหมื่นห้า ซึ่งราคาถือว่ากลางกลาง ไม่ได้แพงมาและถูกจนเกินไป และส่วนกล้องตัวเก่าผมก็ได้ทำการบอกขายต่อไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาในการปล่อยประมาณสัปดาห์หนึ่งก็มีคนติดต่อขอรับไปเลี้ยงดู ราคาในตอนนั้น แน่นอนครับว่ามันขายได้ต่ำกว่าตอนซื้อมาครั้งแรกแน่นอน ตอนั้นผมขายขาดทุนไปจากตอนที่ซื้อมาประมาณสามพันบาทสิ่งที่ให้เค้าไปในวันนั้นก็มีกล้องหนึ่งตัวกระเป๋าหนึ่งใบเลนส์หนึ่งตัวการ์ดความจำอีกสองอันชุดทำความสะอาดอีกหนึ่งชุด พร้อมทั้งพวกคู่มือต่างๆและใบรับประกัน ส่วนสิ่งที่ผมได้กลับมาจากกล้องใหม่ก็คือผมได้แต่บอดี้กับกริปมาเท่านั้น กระเป๋ากล้องราคาถูกผมก็คิดในใจว่าแล้วเราจะเอาอะไรถ่ายว่ะเนี่ย จากนั้นด้วยความที่ผมหาเรื่องใส่ตัวอยากมีอยากได้เหมือนคนอื่นความนี้ก็ต้องหาเลนส์เพิ่มอีกแล้วสิ่งที่ผมหมายตาและลังเลตอนนั้นก็คือไม่เลนส์มุมกว้างก็ซูม แต่ด้วยความที่อยากเท่ห์และอยากถ่ายสาวสาวในตอนนั้น ผมก็เลยจัดเลนส์ซูมตัวขาวขอบแดงมาไว้ในครอบครองซะเลย มันดูเท่ห์มากเมื่อพาไปไหนมาไหน

 

Standard

บทเรียนที่ 1

เชื่อในกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่เรารักหรือรวมไปถึงอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเรา ทุกคนมักจะมีแรงบันดาลใจมาจากสิ่งสิ่งหนึ่งเสมอ บางคนอาจจะมีแรงบันดาลใจมาจากปมด้อย ความทะเยอทะยาน ความรัก หรือแม้แต่ความผิดหวัง ในส่วนของตัวผมเองปัจจุบันนี้ผมรักในการถ่ายภาพ ซึ่งบางครั้งก็สามารถทำรายได้ให้ผมได้ไม่น้อย ปัจจุบันนี้ผมเป็นช่างภาพอิสระ อิสระที่ว่าคือนึกจะถ่ายก็ถ่าย วันไหนไม่อยากถ่ายก็ไม่ถ่ายแล้วแต่อารมณ์ ช่างเป็นศิลปินโดยแท้ ในงานส่วนนี้ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับแรงบัลดาลใจมาเหมือนกัน แรงบันดาลใจของผมมีอยู่สององค์ประกอบคือความรักและความผิดหวัง มาเล่าย้อนความกันสักเล็กน้อย โดยส่วนตัวผมเป็นคนอยากรู้อยากเห็น และชอบศึกษาสิ่งใหม่ใหม่ มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้ไปเที่ยวงานประจำปีและได้เห็นผู้ชายกำลังทำอะไรแชะแชะก็เลยถามแม่ว่าอันนั้นมันคืออะไรเหรอครับ แม่ผมก็ยิ้มยอ้มและตอบกลับมาว่า อันนั้นเค้าเรียกว่า กระเป๋า กล้อง dslrลูก และนั้นก็ได้เป็นที่มาของการเป็นช่างภาพอิสระของผม ณ ปัจจุบัน หลังจากนั้นประมาณมัธยมเส้นทางการเป็นช่างภาพก็ได้เกิดขึ้น เมื่อแม่ได้ซื้อกล้องฟิล์ม และ กระเป๋ากล้องราคาถูก ให้หนึ่งชุด ช่วงนั้นผมก็ถ่ายงูงูปลาปลาไปเรื่อยเรื่อย สวยบ้างไม่สวยบ้าง อันไหนไม่สวยก็ทิ้ง ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นแต่ละครั้งในการถ่ายค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายสูงเพราะยังเป็นฟิล์ม เสียทั้งค่าฟิล์มและค่าล้างอัด ด้วยฐานะทางบ้านในตอนนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อเงินไม่มีก็ไม่ได้ถ่ายทำให้นานวันเข้าก็ต้องเลิกถ่ายไปในที่สุด หลังจากนั้นผ่านมาอีกหลายปีจนมาถึงตอนผมอยู่มหาลัย ผมก็ได้กลับมาจับกล้องถ่ายรูปอีกครั้งนึงด้วยในช่วงนั้นกระแสของกล้องดิจิตอลกำลังมาแรงมากและเทคโนโลยีค่อนข้างถูก และแม่ผมอีกเช่นเคยยอมควักเงินซื้อกล้องดิจิตอลให้ผมอีกครั้งนึงผมดีใจมากประหนึ่งได้รถสปอร์ตคันหรู กล้องคอมเพคในวันนั้นเป็นกล้องโซนี่ ทีเจ็ดเจ็ด เป็นรุ่นที่กำลังดังในตอนนัน้เป็นกล้องที่บางมากในตอนนั้น รูปร่างการออกแบบสวยงาม มันทำให้ผมบ้ากล้องตัวนี้ไปพักนึง หลังจากที่ผมได้กล้องตัวนี้มาผมก็มันอย่างบ้าคลั่ง ถ่ายทุกกิจกรรมที่ทำ ได้บ้างเสียบ้าง ที่เสียถ่ายมาผมก็ลบ กระเป๋ากล้อง  ครั้งนี้ไม่เกิดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องฟิล์มอีกแล้ว เมื่อถ่ายไปเรื่อยๆพัฒนาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย และตอนนั้นก็เลยมองหา กระเป๋า กล้อง loweproเพื่อเวลาไปหนมาไหนจะได้สะดวกขึ้น ถ้ามีออกนอกสถานที่

 

 

Standard

การลาออกครั้งสุดท้าย2

จากความเดิมตอนที่แล้วที่ผมลาออกจากการเรียนปริญญาโท และมุ่งมั่นสู่การการปั่นบริษัท แต่เล้วก็ต้องล้มเลิกกิจการนั้นเยื่องจากมีการหักหลัง การโกงกันภายในบริษัทเสียก่อน และปัจจุบันนี้บริษัทนี้ก็ได้ปิดทำการลงแล้วในปัจจุบัน หลังจากที่เราหันหลังให้กับบริษัทรับเหมา จากนั้นผมก็แบก กระเป๋ากล้อง canonเดินกลับไปอยู่บ้าน อีกครั้ง จากเหตุการณ์นี้ผมได้ตัดสินใจที่ย้ายถิ่นฐานบ้านเกิดกลับสู่ภูมิลำเนา หลังจากนั้นผมก็มานั่งไตร่ตรองและเริ่มออกหางานประจำอีกครั้ง เป็นเวลาสามเดือนที่ผมตกงานอยู่ ในระหว่างนั้นผมได้ทำการอัพเดท เรซูเม่ และเข้าเว็บหางานในทุกทุกวัน และเริ่มส่งใบสมัครทางอินเตอร์เน็ตบ้าง เดินเข้าไปยื่นใบสมัครโดยตรงที่บริษัทบ้าง ผมได้ถูกปฎิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าในหลายๆบริษัท หลังจากนั้นผมก็เลยได้ตัดสินใจที่จะขึ้นมากรุงเทพอีกครั้งเพื่อหางาน แต่เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเท่าไหร่นัก ในวันที่ผมขึ้นมาหางานที่กรุงเทพครั้งแรก ผมจำได้เลยว่าผมเหมือนทัวร์นกขมิ้นที่ไม่รู้ว่าจะไปยังไงและพักที่ไหนด้วยซ้ำ ครั้งนั้นเป็นความโชคดีของผมที่ได้ติดรถรุ่นพี่ขึ้นมา และยังได้มาพักกับรุ่นพี่อีกสองท่านซึ่งเค้าให้ความอุปการะและให้ที่พักผมเป็นอย่างดีโดยไม่มีอาการรังเกียจอะไรเลย มันทำให้ผมรู้สึกตื้นตันในน้ำใจของเค้าทั้งคู่มากๆ การเดินทางขึ้นมากรุงเทพครั้งนั้นผมมีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าและ กระเป๋า กล้อง dslrขึ้นมาเพียงสองใบเท่านั้น ตลอดเวลาที่ผมอาศัยอยู่ที่กรุงเทพ ผมได้เดินสายหางานและสัมภาษณ์งานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เงินเก็บที่เคยมีก็เริ่มน้อยลงทุกวัน จนช่วงหลังมันทำให้ผมเครียดเหมือนกัน แต่แล้วโอกาสก็มาถึงเมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารได้เรียกตัวไปสัมภาษณ์ ผมได้เข้าสัมภาษณ์ที่นั้นถึงสามครั้งโดยครั้งแรกสัมภาษณ์กับฝ่ายบุคคล ครั้งที่สองผมก็สัมภาษณ์กับผู้จัดการแผนกต้นสังกัด และครั้งที่สามสัมภาษณ์กับรองกรรมการผู้จัดการของบริษัท หลังจากที่สัมภาษณ์ครั้งที่สามเสร็จไปแล้วสักพัก ความหวังผมเริ่มหมด เงินก็เริ่มหมด ขระที่ผมหยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า กล้อง canonแต่นาทีนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น และเมื่อผมรับสาย ผมก็ยิ้มแก้มปริเลย กระเป๋ากล้อง เมื่อพบว่าคนที่โทรมานั้นก็คือพนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารของประเทศไทยนั้นเอง เค้าได้โทรมานัดแนะวันเวลาในการทำงาน พร้อมทั้งกำหนดวันที่จะมาเริ่มงาน พร้อมทั้งวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้าทำงาน และแล้วชีวิตมนุษย์เงินเดือนของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันนั้น

 

 

Standard

เที่ยวสัตหีบ 2

หลังจากที่เราได้คอยทีมงานที่เหลือกันจนหิว ตาเริ่มลาย หน้าเริ่ม มืด พวกเราและกระเป๋ากล้องที่มาก่อนก็เริ่มมีมติให้ เราไปซื้อข้าวกันเถอะ ไม่ไหวแล้วหิวมาก แถบจะกินช้างได้ทั้งตัว จกานั้นเราได้ทำการส่งหน่วยสวาท ขึ้นไปสั่งอาหารกินกัน เพื่อฆ่าเวลา ระหว่างรอสมาชิกท่านอื่น กับข้าวมื้อนั้นจะมี ข้าวเกรียบเพื่อเรียกน้ำย่อย ถั่วลิสงคั่วเกลือ ไก่ทอดน้ำปลา(ไก่กระดูก เนื้อแถบไม่มี) ต้มยำทะเล ข้าวผัดทะเล ผัดไก่กับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยำทะเล เป็นต้น เท่าที่จำได้ประมาณนี้ ส่วนคนขายนั้นเธอค่อนข้างสวยมาก แต่อีกอย่างหนึ่งที่ผมจะบอกคือว่าเธอเป็นสาวประเภทสองนะ หลังจากที่เรากินอาหารกันอย่างเมามันด้วยความหิว ลมพัดเย็นๆ นั่งกินข้างทะเล มันช่างได้บรรยากาศเสียจริง เมื่อเราทำภาระกิจการกินเสร็จ ผมก็ทำหน้าที่เดิมอีกครั้งคือการแบก กระเป๋า กล้อง lowepro เดินออกไปหามุมเทพ ตามประสาตากล้องอีกครั้งนึง ลักษณะอากาศในวันนั้นแจ่มใสมาก มีเมฆเยอะ ผมเดินไปเรื่อยๆเพื่อหามุมในการถ่ายพระอาทิตย์ตกกันต่อ เมื่อลองมองดูนาฬิกาในข้อมือที่แฟนผมซื้อให้ก็พบว่าตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสองโมง ผมก็เริ่มที่จะเดินกลับที่พักอีกครั้ง เมื่อมาถึงก็พบว่าคณะเดินทางมาถึงกันใกล้จะครบล่ะ กระเป๋ากล้อง  เหลือแค่อีกเพียวคณะเดียวที่ยังมาไม่ถึงคือคณะเดินทางของเจ้าภาพ ที่สืบทราบภายหลังว่าเค้าได้มาถึงแล้วแต่ออกไปซื้ออะไรมาเป็นเสบียงสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์คืนนี้ หลังจากนั้นไม่นานเหล่าทีมงานก็ได้ชักชวนกันไปตกปลาบริเวณสะพาน ซึ่งได้ข่าวว่าที่นี้ปลาชุกชุมมาก เหล่านักล่าทั้งหลายก็เลยกระหายที่จะตกปลากันใหญ่ เมื่อตกไปสักพักเหล่านักล้าก็เริ่มท้อและเศร้า เมื่อพบว่ากำลังเดินคอตกกลับมาได้ปลามาเพียงตัวเดียว แถมยังตัวเล็กอีกต่างหาก หลังจากนั้นผมก็เริ่มเอากล้องกลับไปเก็บใน กระเป๋ากล้อง canonและเวลานั้นเองเหล่าคณะของเจ้าภาพกลับมาพร้อมกับเสบียงชุดใหญาพอดี ทางทีมงานทั้งหลายก็เลยเริ่มบรรเลง จัดเตรียมอาหารกันยกใหญ่ หลังจากนั้นเมื่อแดดเริ่มอ่อน ซึ่งเป็นเวลาใกล้เย็น เราก็ได้ชักชวนกันไปเล่นน้ำ ในวันนั้นเราไปเช่าเรือมาพายเล่นกัน เล่นโปโลน้ำแบ่งฝ่ายกันเล่น ถึงจะเป็นการแบ่งฝ่ายที่ขี้โกงไปหน่อยก็ตาม ส่วนบนฝั่งก็มีพี่ออมที่ช่วยแบก กระเป๋ากล้องราคาถูก และคอยเก็บภาพกิจกรรมของทีมงานไว้ตลอดทั้งบ่าย การแข่งขันในวันนั้นสนุกมากผลัดกันแพ้แล้วก็แพ้ เราเล่นกันจนพระอาทิตย์ตกดิน กว่าเลิกกิจกรรมในช่วงเย็น

Standard

กระเป๋ากล้องเดินทาง 2

ความเดิมจากตอนที่แล้วที่ผมแล้วเจ้านายกำลังออกเดินทาง จากผาเหยียบเมฆไปยังผาหล่มสัก ซึ่งเหลือระยะทางในการเดินอีกประมาณห้าสิบเปอเซ็นต์กว่าจะถึง ส่วนเจ้านายและ กระเป๋ากล้องราคาถูก อย่างผมก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกันต่อไป เราเดินหน้ากันไปเรื่อยเรื่อยอย่างไม่ลดละ พักบ้างถ่ายบ้างกินบ้างแล้วแต่อาร์มเวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมงเราก็ถึงผาหล่มสัก เมื่อเราเดินมาถึง เราก็แวะหาอะไรกินที่นั้น ซึ่งเราค่อนข้างหิวพอสมควร พอเราลองเดินมาชมร้านค้าในบริเวณนั้น ก็ต้องมาสะดุดตากับร้านกาแฟร้านนึง ร้านนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่เค้าใช้ระบบสังคมออนไลน์เข้ามาร่วมเพื่อดึงดูดลูกค้า โดยร้านนี้จะมีแฟนเพจเพื่อให้ลูกค้าได้ทำการบันทึกภาพและแบ่งปันภาพไว้ที่นั้น และมีโปสการ์ดไว้ให้ลูกค้าได้เขียนส่งกลับบ้านหรือส่งหาใครก็ได้ที่คุณอยากให้โปสการ์ดใบนี้ไปถึง ซึ่งบนโปสการ์ดล้วนแต่เป็นรูปวิวบนภูกระดึงทั้งนั้น ซึ่งเป็ฯผลงานของเจ้าของร้านเอง หลังจากที่เรานั่งจิบน้ำชากาแฟและเขียนโปสการ์ดกลับบ้าน เพื่อเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาก่อนที่จะชมพระอาทิตย์ตกดิน และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินเราก็เริ่มเข้าประจำที่และจับจองวิวสวยสวยในการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่นั้นมี กระเป๋ากล้อง canonเยอะมาก แต่ทุกคนก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อวันนั้นสภาพอากาศไม่ดีเอาซะเลย เมฆมาก เหมือนฝนจะตก และก็ได้ตกไปแล้วเมื่อตอนเย็น กระเป๋ากล้อง วันนั้นทุคนล้วนผิดหวังกับบรรยากาศรวมถึงผมด้วย เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเที่ยวถึงเราจะไม่ได้รูปบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินแต่เราก็ได้ รูปวิวรอบรอบนั้นแล้วกัน เมื่อความหวังการดูพระอาทิตย์ตกได้จบลง ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับที่พัก พวกเราต่างเร่งฝีเท้าในการเดินเพื่อไม่ให้ค่ำมากนักเมื่อถึงที่พัก ท่านผู้อ่านเชื่อไม่ครับว่าระยะทางระหว่างผาหล่มสักกับที่พักของเราห่างกันถึงแปดกิโลเมตร มันช่างไกลจริงจริง คิดในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากจะตั้งหน้าตั้งตาเดินกันต่อไป เดินแล้วเดินอีก ก้าวแล้วก้าวอีก ในขากลับนั้นเราใช้เวลาในการเดินทางประมาณสองชั่วโมงกว่าจะถึงที่พัก เราล้ามากในการเดินเท้าวันนี้ เมื่อรวมะยะทางทั้งหมดที่เดินไปทั้งหมด ยี่สิบสองกิโลเมตร โอ่โหมันเป็นการเดินที่ไกลที่สุดในชีวิตที่เคยเดินมาพร้อมกับ กระเป๋า กล้อง dslrเลยนะ เมื่อถึงที่พักเราพบว่าขาของเจ้านายผมบวมมากและที่แย่ยิ่งกว่าคือเจ้านายหญิงของผมข้อเท้าและเข่าบวมทั้งสองข้างเลย

 

Standard